[SF AVENGERS]UNDER THE SHADOW [THOR X LOKI] YAOI
เกิดจากจินตนาการล้วนๆย้ำ จินตนาการ ลักษณะตัวละครก็เอาอย่างที่คนเขียนอยากให้เป็น ฮุฮะ เอาเป็นคนแต่งอยากเขียนซาดิสต์แต่พลังรักในโลกิมันเปลี่ยนฟิคเฉยเลย..เลยออกมาเป็นอย่างนี้
ผู้เข้าชมรวม
9,345
ผู้เข้าชมเดือนนี้
9
ผู้เข้าชมรวม
TITLE : [SF ADVENGER]UNDER THE SHADOW
PAIRING : THOR X LOKI VERSION ; ADVENGER 2012
RATE : PG-15
SPOIL : เกิดจากจินตนาการล้วน…ย้ำ จินตนาการ ลักษณะตัวละคร…ก็เอาอย่างที่คนเขียนอยากให้เป็น ฮุฮะ เอาเป็น…คนแต่งอยากเขียนซาดิสต์แต่พลังรักในโลกิมันเปลี่ยนฟิคเฉยเลย..เลยออกมาเป็นอย่างนี้ ยังไงก็เห็นคำผิดอย่าลิมแก้กันนะฮ่ะ ><
เขาออกจะรักกัน..จริงไหม(คิดไปเอง!!!)
เนื้อเรื่อง
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
START NOW
“ไม่ไหร่เจ้าจะเลิกดื้อดึงซักที!!!!!”เสียงตวาดประกาศก้อง จนไอน้ำแข็งกระจายไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมที่หนาวเหน็บ และไอสีขาวนั้น..พัดผ่านไปละกายของผู้ที่นั่งกอดเข่าของตัวเองเสียนิ่งไม่ไหวติง
ร่างบอบบางผิดชายใดในนครแห่งเทพ ตนผู้เคยนึกสงสัยว่าเหตุผลอันใดทำให้เขาไม่มีสัดส่วนที่เหมือนประชากร ณ ที่แห่งนี้
หากความสงสัยกลับได้รับการตอบที่เขาไม่ได้อยากรับรู้ เพียงเพราะกระแสเลือดที่กำลังไหลเวียนวนอยู่ในร่างกาย ไม่ได้มีหยดใดเป็นของแอสการ์ดเลยแม้แต่น้อย
ใบหน้าเรียวก้มลงมองปลายเท้า มือเท้าของเขาถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนที่มิอาจหลบลี่ได้ ริมฝีปากก็เช่นกันมันเองก็ถูกจองจำไว้ด้วยเกราะเหล็ก
หากถึงเป็นอย่างนั้นแล้ว…ตัวเขาเองก็ยังสามารถทำตัวทะนงดื้อดึงกับผู้มีศักด์เป็นพี่ได้ แค่เพียงเขาขดตัวราวทารก กอดเข่าอยู่อย่างนั้น
ไม่กิน ไม่ขยับ ไม่จับต้องอะไร มาหนึ่งวันเต็ม และเชื่อเถอะ..พี่ชายของเขา ใจเจ้าต้องร้อนรนจนทนไม่ไหวเช่นนี้
ไม่แม้จะเหลือบตามอง สายตาของเขาจรดลงตรงปลายเท้าของตัวเอง หัวใจที่มีมันแตกสลาย สงครามที่เกิดขึ้นเมื่อยี่สิบสี่ชั่วโมงก่อนเป็นเพียงแค่เกมส์เด็กเล่นที่เขาทำขึ้นมา
สงครามที่แท้จริงกำลังเริ่มจากตอนนี้ต่างหาก
สมครามที่แท้จริงไม่ใช่การเข่นฆ่า น่าสงสารมนุษย์ผู้เป็นเหยื่อในครั้งนี้ หากสมครามที่ยิ่งใหญ่ คือสงครามใจของเราต่างหาก สงครามที่มีใจเป็นเดิมพัน
ไม่ว่าจะมีใครแพ้หรือชนะ ย่อมมีคนเจ็บปวดอยู่ดี
แม้รอบกายจะแสนเย็บเยียบสะท้านไปถึงขั่วหัวใจในกาย ก็ไม่อาจจะดับไฟร้อนที่กำลังลุกลามช้าไปตามร่างกายของเขาได้เลย มันไม่อาจจะหยุดยั้ง ไฟที่แผดเผาอย่างทรมานนี้ได้เลย
ไม่ใช่ ไม่รู้ตัวว่าผิด..มือของเขาเปื้อนเลือดและสกปรก มันยากเสียเกินกว่าจะสามารถล้างมันออกได้ด้วยน้ำสะอาดเสียแล้ว คนชั่วช้าสามานที่ปล่อยให้ความน้อยเนื้อต่ำใจของตัวเองเข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์
โลกิ เทวดาตกสวรรค์…เป็นเพียงแค่ฆาตรกรใจทรามเท่านั้นเอง
“เจ้าจะเอาอะไรหรือโลกิ เจ้าต้องการอะไร..”เสียงที่เคยลั่นวาจา นั้นกลับอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยเป็น ราชาแห่งแอสการ์ดเองก็จนใจ
จริงอย่างที่โลกิคำนึง ใจของเขาร้อนรนดังไฟบรรลัยกัล ไม่มีน้ำทิพย์จากที่ใดจะดับมันได้เลย ถ้าไม่ใช่คนตรงหน้านี้เป็นผู้ดับให้
นอกจากไม่มีกริยาใดตอบโต้ แค่ขยับเพียงน้อยร่างตรงหน้าก็ไม่ยอมทำ
“เจ้าอยากให้ข้าตายใช่หรือไม่ น้องข้า อยากเห็นข้าแดดิ้นให้ตายนัั้นถึงสมใจเจ้าหรือไม่ ข้าจะได้ปลิดชีพของข้าให้ตายตามปรารถนา”จอมราชันต์พูดเสียงเบา เขาไม่เคยอ้อนวอนผู้ใด
หากไม่ใช่น้องชายผู้นี้ ผู้เคยเป็นเสียงหัวเราะ เป็นสหายเคียงกาย เป็นผู้ผ่านเหตุการณ์มากมายและเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำเกือบทั้งชีวิต ผู้เป็นมากกว่าครึ่งหนึ่งของดวงใจนี้
นับเป็นเวลาหลายชั่วโมงที่โลกิไม่ประสงค์จะขยับตัวไปไหน หากตอนนี้ดวงตาเลื่อนลอยนั้นกลับสั่นไหว ศีรษะปกคลุมเกศาสีนิลกาลขยับไปมาน้อยๆ
บอกว่าชีวิตนั้นของธอร์เขาหาได้ต้องการมันไม่ เขาเคยต้องการ ความน้อยเนื้อต่ำใจของเขาเคยต้องการมันด้วยชั่ววูบ ความคิดน้อยใจนั้นที่ว่าธอร์ไม่เคยรักเขา และทุกคนรวมหัวให้เขาเป็นเพียงแค่เงาของธอร์เคยเป็นดั่งหมอกที่บดบังอยู่ในใจทำให้เขาต้องการเอาชีวิตของพี่ชายที่เขารัก
แต่ตอนนี้เขาไม่ต้องการ..เพราะเป็นเขาต่างหากที่พี่ชายควรหมายเอาชีวิต หัวใจของเขาดำมืดเกินกว่าจะเป็นชาวแอสการ์ดเสียแล้ว
ไม่เหมาะแม้แต่จะเป็นมนุษย์ที่ตนเองเคยดูถูก นั้นหมายความว่า..ความรักของธอร์นั้นเขาเองก็ไม่อาจหาญคู่ควร
“เจ้าไม่ต้องการชีวิตข้า แล้วเจ้าต้องการอะไร”มือหนาวาดผ่านเกราะที่ริมฝีปากของอีกคน จนเจ้าเกราะนั้นหายไปได้ราวกลับมันไม่เคยอยู่ที่ตรงนั้นมาก่อน
“แค่ข้าต้องตัดใจพาเจ้ามาขังไว้ที่นี้ข้าเองก็ทำใจได้ยากเหลือเกินอยู่แล้ว คำครหาของคนช่างรุนแรงนัก ท่านพ่อเองก็ทุกข์เหลือขนัด ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเจ้าดี”บุตรแห่งโอดินทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ในขณะที่อีกคนก็ยังคงก้มลงมองปลายเท้า
“พูดกับข้าซักนิดเถอะนะ..โลกิ”มือหนาเชยคางมนของอีกคนให้สบตาของเขา หากอีกคนก็ได้แต่ทำใบหน้าเฉย
“เจ้าต้องการอะไร..”
“ข้า-สม-ควร-ตาย”เขาสะกดออกมาทีละคำด้วยใบหน้านิ่งเฉย ไม่แสดงอารมณ์ ไม่หวาดกลัว และไม่ทุกข์ร้อน
หากคนฟังกลับอารมณ์พุ่งขึ้นสูงอย่างยากจะระงับให้มันทุเลาลง เขาปล่อยมือจากใบหน้าของอีกคนโดยพลัน เกรงว่าอารมณ์นั้นจะทำให้เขาเผลอทำร้ายอีกคนให้ได้เจ็บตัว
“ข้าไม่ให้เจ้าตาย ความตายจะไม่สามารถคลืบคลาน หรือแม้แต่เฉียดกลายเข้าใกล้เจ้าแม้เพียงเส้นผมเดียว หากข้าไม่ประสงค์จะให้เจ้าต้องตาย พญามัจจุราชใดก็ไม่อาจเอาเจ้าไปจากข้าได้!!!!!!”เสียงลั่นดังก้องกังวานจนไอน้ำแข็งนั้นสะเทือนลั่น หากคนฟังกลับไม่มีท่าทางกริ่งเกรง
“งั้นท่านก็ไม่สมควรถาม ว่าข้าต้องการอะไร ฝ่าบาท”แล้วก็กลับไปอยู่ในท่าแบบเดิม
“หยุดเรียกข้าฝ่าบาท เจ้าเป็นน้องข้า!! โลกิ!!”จอมราชากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ เขากำลังจะเป็นบ้าให้ได้กับโลกิ
โลกิเคยเป็นทั้งเด็กจอมกวน เด็กเอาแต่ใจ เจ้าเล่ห์ แต่ถึงอย่างไรเขาก็รับมือไหว แต่โลกิที่นิ่งเงียบแบบนี้…เขารับไม่รู้จะจัดการอย่างไร
“ข้าปรารถนา ให้เจ้ากลับมาอยู่ข้างกายข้า เหตุถึงได้อยากส่งตนไปอยู่นรกภูมินักเล่า”มือหยาบลูบผ่านโซ่ตรวนที่คล้องอยู่บนข้อมือของน้องน้อย ให้มันหลุดออกอย่างง่ายดาย ผู้ลงตรวนน้องคือตัวเขา เพราะอย่างนั้น กุญแจก็คือตัวเขาเอง
ปลายนิ้วมือสากลูบไปตามรอยแดงช้ำบนข้อมือ ก่อนจะเงยมองขึ้นไปตามผิวหน้าขาวซีดของอีกคน ร่องรอยช้ำ ถลอกมากมายยังคงทิ้งตัวอยู่ อดไม่ได้ที่จะปัดปลายผมดำที่มันปรกหน้านั้นออกเพื่อสัมผัส
หารู้ไม่เลยว่าใจที่อยู่ข้างในของโลกินั้นเต้นแรงเพียงใด เขาชักเริ่มเกลียดตัวเองมากขึ้นทุกครั้งที่ธอร์ดีกับเขาอย่างนี้ ยิ่งอีกคนดีกับเขามากเท่าไหร่ เขายิ่งรู้สึกว่าตัวเองเลวทรามมากเท่านั้น
เขาทรยศธอร์ ทรยศต่อแอสการ์ด ทำให้คนที่นี้ และคนคนนี้..ต้องผิดหวัง
“งั้นเจ้าก็เกลียดข้าซิ ชิงชังข้า พิพากษาข้า ให้เป็นนักโทษผู้ถูกจองจำโดยไม่มีผู้ใดเหลียวแลข้าอีก”อีกหนึ่งคำขอของผู้ร้าย หากธอร์ได้แต่ขบกรามแน่น
“ให้ข้าเกลียดเจ้างั้นหรอโลกิ เจ้าก็รู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่มีทางเป็นไปได้”เขาบีบมืออีกฝ่ายแน่นอย่างนึกโมโห
“งั้นก็ฆ่าข้าเสียซิ”
“เหตุใดเจ้าถึงเรียกร้องหาความตายนักโลกิ ถ้าข้าปรารถนาให้เจ้าตาย..เจ้าตายไปนานแล้ว แต่เจ้าก็รู้ ว่ามันจะไม่มีวันเกิดได้ ตราบใดที่ข้ายังมีลมหายใจ”แข็งแกร่งทุบแรงไปยังผนังด้านข้างของคนที่นั่งจับเจ่าอย่างนั้น หากเขาก็ไม่ได้สะดุ้งสะเทือน
“บอกข้าซิ..เหตุใดความตาย ถึงเป็นที่โปรดปรานสำหรับเจ้านัก”ชายผู้พูดเอามืิกุมขมับตัวเองแรงๆ ทรุดตัวลงนั่งเคียงร่างเล็กที่ยังคงกอดเข่าตัวเองเอาไว้อีกครั้ง
ไม่มีการตอบรับใดๆในคำถาม ความเงียบกำลังโรยตัวลงมาปลกคลุมคนทั้งสองเอาไว้ด้วยเบาบาง แต่ทว่าหนักหน่วงในความรู้สึก ไอเย็นแผ่กระจายตัวไปทั่วในห้องคุมขังนี้
หากรู้ทั้งรู้ว่าต่อให้หนาวกว่านี้ซักเท่าไหร่ ความเย็นก็ไม่เป็นอันตรายต่อเขาทั้งคู่ได้ หนึ่งของราชันแห่งแสงอาทิตย์ และหนึ่งจอมใจผู้เป็นซึ่งผลึกน้ำแข็ง
ความเงียบและเสียงหายใจมีช่องว่างในตัวของมันเอง แม้กายจะนั่งเกือบแนบชิด..กลับรู้สึกเหมือนมือนั้นไม่สามารถสัมผัสกันได้เลย
ธอร์ไม่ใช่คนที่มีสติปัญญาเป็นเลิศ นั้นเขารู้ตัว ใจโลกินั้นยากจะหยั่งถึงคนโง่อย่างเขายิ่งไม่สามารถถอดความยากๆนั้นได้เลย แต่เขาน่ะความอดทนเป็นเลิศ เขาจะนั่งรอแบบนี้ล่ะจนกว่าน้องจะปริปากบอกออกมา
เชื่อได้ว่า โลกิจะพูดในไม่ช้า
“ข้า..กำลังจะตายในไม่ช้า พวกนั้น..กำลังตามล่าข้า”สายตาเหม่อลอยมองออกไปข้างหน้า ค่อยพูดสิ่งที่อยู่ในหัวออกมาทีละคำ
เขาคิด…พี่เขาคงโง่จริงๆ ที่กำลังชักนำศึกเข้าบ้านแบบนี้
“เจ้าควรจะหยุด ใจดีกับข้าได้แล้ว..ฝ่าบาท”อีกครั้งที่เขาเอ่ยวาจากับปลายขาของตนเอง
“ข้าจะหยุดอย่างไรดีนะ ข้าเคยถือโทสะ ตอนที่เจ้าบุกโลก แต่..เห็นหน้าเจ้า ข้ากลับลืมมันไปเสียหมด แล้วอย่างนี้ข้าจะทำอย่างไรดี”ธอร์อยากเอื้อมมือไปลูบไหมดำเส้นนุ่มนั้นหากเขากลับทำไม่ได้
“เจ้าไม่เข้าใจหรือยังไง ถ้าจะโง่…ช่วยเลือกเวลาซักนิดเถิด พี่ข้า พวกมันกำลังมาถล่มแอสการ์ด เพียงเพราะหมายจะเอาชีวิตข้า!!! คนที่นี้จะต้องล่มตาย มือข้า..มันเปื้อนเลือดมามากพอแล้ว”โลกิบอกอย่างเหลืออด หากคนฟงันอจากไม่ตกใจแล้วยังยิ้มอยู่ได้ในหน้า
“มีอะไรน่าขำตรงไหน!!!....อื้อ!!!”มือหน้ากดท้ายทอยของคนที่เดี๋ยวก็เงียบ เดี๋ยวก็โวยวายให้ลงมาประทับจูบปิดไปเสีย
คราแรกก็ว่าปฏิเสธ แต่ความอ่อนหวานและอ่อนโยนทำให้เขาเผลอใจ นอกจากจะอยู่เฉยให้เขาขโมยจูบแล้ว ยังตอบรับมันอย่างเต็มใจอีกต่างหาก
ความเงียบปกคลุมไปทั่วอีกครั้ง..หากเสียงที่กลับชัดเจนคงเป็นเสียงลมหายใจ และเสียงของริมฝีปากทั้งคู่กำลังดูดดึงกัน ทั้งขบเม้ม ดุนดัน และกลืนกิน
ไม่อยากยอมรับหรอกนะ แต่บุตรแห่งโอดินก็อดจะเสียดายมิได้ว่า เขาไม่อยากหยุดรสจูบนี่ลงเลย พระสุธารสไวน์ใดที่แสนชั้นเลิศก็ไม่อาจทดแทนได้เพียงแค่จูบเดียวของพระอนุชาองค์นี้ได้เลย
หากก็จำใจต้องหยุด..ไม่อย่างนั้นคงเจรจาหาความใดมิรู้เรื่องเป็นแน่
“จบหรือยัง”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม หากอีกคนได้แต่มองอย่างฉงน ริมฝีปากบางเฉียบนั้นบวมขึ้นมาจากการจูบยาวนานนั้น จนคนมองอยู่นั้นอดประทับลงไปเบาๆอีกครั้งไม่ได้
“ถ้าหากจบแล้วเจ้าจงฟัง น้องข้า หากมือคู่นี้ของเจ้ามันเปื้อนเลือด ครึ่งหนึ่งมันก็ต้องเป็นของข้า ที่ไม่ทำทุกอย่างให้ชัดเจนพอ กึ่งหนึ่งก็เป็นความผิดของเสด็จพ่อที่ปกปิดความลับทุกอย่างจนเจ้าน้อยเนื้อต่ำใจ จนเผลอทำอะไรไปด้วยขาดสติ”เขาไล่ปลายนิ้วมือของน้องน้อยนั้นไปทีละนิ้วๆ อยากชะล้างเจ้าเลือดที่มองไม่เห็นนั้นให้เหลือเกิน
“ข้าทำตัวข้าเอง..ไม่ต้องให้เจ้ามาสงสาร”
“ข้าเปล่าสงสารเจ้าเลยซักนิด เฮ้อ…เมื่อไหร่จะยอมรับไมตรีจากข้าเสียที โลกิ”ช่างอ่อนหวานเป็นยิ่งนัก หากนั้นมาจากชายที่ทั้งแข็งกระด้างและดุดัน
“ไมตรีบ้าบออะไรของเจ้ากัน ข้าไม่เห็นเข้าใจ หากจะเกี้ยวพาราสี แม่เจน ฟอสเตอร์นั้นต่างหากที่เจ้าควรจะทำอย่างนี้ด้วย”แม้จะพูดอย่างนั้น หากไม่ผิด
เมื่อกี้คนที่เพิ่งจูบกับธอร์คือเขามิใช่หรืออย่างไร
“นางแค่ผ่านเข้ามาและจากไป แต่เจ้าคือคนที่จะอยู่กับข้าไปทั้งชีวิตที่มิอาจรู้ได้ว่ามันจะสิ้นสุดเมื่อไหร่”หยอดน้ำคำหวานจนคนฟังฉ่ำไปทั้งใจ
เขาบอกแล้วว่าธอร์น่ะไม่ฉลาด สติปัญญาเท่าหางอึ่ง เขาเคยบอกแล้วเขารักชายผู้นี้มากกว่าใครทั้งสิ้น และเขารู้ตัวว่าเป็นเช่นนั้นมาตลอด แต่ดูซิ..ถ้าหากเขาไม่ไปถล่มโลกเจ้านี่จะรู้ไหม…
ว่าถ้าหากเขาตายไปจริงๆ มันจะอยู่ไม่่ได้..มันจะร้อนใจจนจะตาย
ทำไมต้องให้เขาพังเมืองทั้งเมืองแบบนั้นก่อนด้วยนะ..เพียงเพราะเขาใส่เสื้อสีเขียวเหมือนพวกสลิธิรินหรือยังไงกัน เลยต้องเป็นเขาที่ทำผิดแล้วก็กลับใจอย่างนี้..เหมือนสเนปเลยเนอะ(เกี่ยว??)
“เหลวไหล เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว”
“เปล่าซักหน่อย ข้าพูดเรื่องจริงทั้งนั้น หาได้เพ้อเจ้อแต่อย่างใด”ธอร์ยิ้มหวานอย่างที่เขาทำเป็นประจำจนคนมองนึกหมั่นไส้ขึ้นมา
“คำครหาคนจะจัดการอย่างไร เรื่องที่ข้าทำเจ้าจัดการมันไหวหรือ พิพากษาข้าซะเถอะธอร์ เรื่องมันจะได้จบไป”โลกิผละตัวเองออกมาจากมือของอีกคนที่จับเขาเอาไว้ หากอีกคนกลับคว้าไม่ให้ไปไหน
“เบื่อคนฉลาด…คนฉลาดชอบคิดอะไรมากจนเกินไป ถ้าหากเจ้าจะวิตกเรื่องนั้น ข้าจัดการมันได้ เรื่องที่เจ้าถูกตามล่า ตอนนี้คงยังอีกยาวไกล..กว่าพวกมันจะกลับมาแข็งแกร่งได้คงอีกนาน กว่าจะถึงตอนนั้นเจ้าคงได้เป็นเมียเอกของข้าไปแล้ว”เนื่องจากสมองน้อยจึงเป็นคนพูดตรงไปตรงมาและไม่ซับซ้อนหากคนฟังนี่ซิตาโต
“อย่าเพิ่งตกใจ ส่วนเรื่องคำครหา..น่ะคนฉลาดอย่างเจ้าน่าจะคิดได้ แค่เจ้า…อยู่กับข้าในวังอันกว้างขวางนี้ไปซัก ร้อยปี อยู่ใกล้ๆตัวข้า ท่าจะให้ดีก็เย็บเสื้อเจ้าติดกับเสื้อข้าไปเลยเป็นอย่างไร”ธอร์พูดติดตลก หากวงแขนแกร่งกลับโอบรั้งอีกคนให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่น
“เจ้าพูดอะไรของเจ้าน่ะ แล้วปล่อยข้าได้แล้ว ฝ่าบาท”
“ถ้าเรียกข้าฝ่าบาทอีกคำ ข้าจูบเจ้าไม่เลิกแน่ จะจูบจนกว่าเจ้าจะเลิกพูดคำนั้นเลยลองดูซิ”แน่นอนไม่ใช่คำขู่เพราะเขาเลือกจะกดริมฝีปากไปที่ซอกคอขาวเพื่อยืนยัน ดูดดึงเสียจนเนื้อเนียนซีดขึ้นรอยรัก
“คนเราช่างสมองน้อยนัก นานวันไปคำครหาว่าเจ้าเคยทำอะไรไว้นั้นจะหายสูปสูญ เพราะอย่างนั้น ข้าจะพิพากษาเจ้าตอนนี้ก็แล้วกันว่า จงอยู่กับข้า ชดใช้ความผิดโดยการกลับมาเป็นทั้งอนุชาและคนรักข้า ดูแลข้า เสด็จพ่อ เสด็จแม่ และขอสั่งห้ามให้ไปไกลหูไกลตาข้าแม้เพียงชั่วเอื้อมมือ..”ร่างกายกำยำบอกจนชิดริมฝีปาก หากคนฟังกลับได้แต่กรอกตา
ถ้าหากถูกจองจำพิพากษาอย่างนี้แล้ว..เรือนจำใจนี้คงเป็นสถานที่ที่แสนอภิรมย์เหลือเกิน ท้ายสุด..ตัวเขาก็ไม่สามารถหนีพ้นใต้ร่มเงาของธอร์ไปได้เลย
เพียงแต่วันนี้ความหมายของเงา…นั้นกลับต่างจากที่มันเคยเป็นก็เท่านั้นเอง
**********************************************************************
ผลงานอื่นๆ ของ VANILLA PUBLlC ดูทั้งหมด
ผลงานอื่นๆ ของ VANILLA PUBLlC
ความคิดเห็น